อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

ถ้าหากไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราเสียก่อน พรรคพวกปีศาจร้ายแดงน่าจะคุ้ยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมในที่สุด ยูโรปา ลีก ได้เสร็จ
นี่คือโทรฟี่ที่มีความหมายระดับยอดเพียงแค่รายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยครับ – ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ด้วยซ้ำ
ดูเหมือนถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกโฉลกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมจำนวนมากพวกเขามักดำเนินชีวิตอย่างหรูหรารวมทั้งมีชาติกำเนิดกว่าบนเส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตนเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักที ซึ่งจำนวนมากเป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจก็แค่ฤดูกาลนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" เปลี่ยนเป็นวัตถุประสงค์ลำดับแรกๆที่พรรคพวกปีศาจร้ายแดงจำเป็นต้องเอามาให้ควรได้
นอกจากจะเป็นเกียรติประวัติรวมทั้งการบรรลุเป้าหมาย มันบางทีอาจจะเป็นเพียงแค่คราวทางเดียวที่ช่วยทำให้พวกเขากลับเข้าสู่เส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกรอบ
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จัดว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากมายครับผม สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" รวมทั้ง "นามธรรม" เลยทีเดียว เนื่องจากนอกจากจะเป็นแหล่งรายได้พรั่งพร้อม – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่ต่างจากพลังยั่วยวนใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมทีมอีกด้วยที่สำคัญคือการเบียดตนเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนเกิดเรื่องยากมากยิ่งขึ้นทุกครั้ง
วันก่อนเพิ่งครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดอยู่ที่อยู่ในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าและจากนั้นก็ล้อเลียนกันสนุกสนานสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆน่าจะทำบุญทำทานร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในอันดับ 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
กะประมาณดูแล้ว ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะหนีอันดับ 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เนื่องจากจะว่าไปในฤดูกาลนี้ พวกเขาได้โอกาสสะบัดอันดับ 6 ของตนทิ้งไม่ต่ำกว่า 4-5 ครั้งทุกครั้งที่ช่องทางพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันจำเป็นต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมปัจจุบันที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นถ้าหากผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นฝ่ายมีชัยก็จะดีดอันดับ 6 ทิ้งไปได้อย่างไม่ต้องสงสัยขั้นต่ำๆ2 อาทิตย์ แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดยัดเยียดความแพ้พ่ายให้แขกไม่ได้ ในขณะที่คู่แข่งเหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้น่าจะถูกใครซักคนบนฟ้ากลั่นแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็คงจะถูกสาบให้อยู่ในอันดับ 6 ตลอดไปจนกระทั่งจะจบฤดูกาล เท่านั้นยังไม่พอการมีศึกอื่นๆรอบด้านนำมาซึ่งการทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่แข่งขันอย่าง ลิเวอร์พูล
สถานการณ์ปัจจุบัน ทีมอันดับ 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกทีมอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมายก็ตามแต่ต่อยก่อนเหนือกว่าครับผมคือตาม 6 แต้ม โดยแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมาย มองผิวเผินเหมือนไม่เสียเปรียบอะไร – เพียงแค่ชนะ 2 นัดหมาย แต้มก็จะเสมอกันทันที
แต่มันยังไม่เกิดขึ้นไงครับ และจากนั้นก็ไม่มีอะไรมารับประกันเหตุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดหมายที่ตกค้าง ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเรียบร้อย รวมทั้งนำอยู่ 6 แต้มคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เปรียบเทียบเป็นจุดโทษ ลิเวอร์พูล ก็สังหารไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ช่วงเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงคราวหลัง 2 ครั้ง แต่ว่าถึงแม้ว่าจะเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำเป็นเพียงแค่ตีเสมอ ไม่ซ้ำยังกดดันกว่าต่อไปนี้มาดูโปรแกรมที่คงเหลืออยู่ของทั้ง 2 ทีมครับผม
ลิเวอร์พูล เหลือเจอทีมใหญ่ด้วยกันแค่เพียงนัดหมายเดียว คือบุกไปเยี่ยม แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ และจากนั้นก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัดหมาย นอกเหนือจากนั้นอีก 8 นัดหมายที่เหลือ มีแต่ว่าทีมที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด จัดว่าหนักกว่าครับผม เนื่องจากยังจำเป็นต้องเจอทีมใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมทั้งนัดหมายตกค้างกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการเจอทีมพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เนื่องจากเพิ่งเอาชนะได้เพียงแค่ "น้องไก่" ทีมเดียวในฤดูกาลนี้
ด้วยเหตุดังกล่าวการหวังว่าจะได้อันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก รวมทั้งได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนเป็นอะไรที่เกินฐานะไปสักนิดว่าแล้วคงจะจำเป็นต้องเลือกครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบเต็มกำลัง เนื่องจากมันคงจะยากที่จะเก็บเธอไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัดหมาย ตามหลังอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมาย ประตู-ได้เสียเป็นรองอยู่ถึง 8 ประตู แปลว่าถึงแม้ว่าจะชนะทั้ง 2 นัดหมายในเกมตกค้าง ถ้าหากคิดจะแซงหงส์แดงก็จำเป็นต้องชนะคู่แข่ง 2 นัดหมายรวมกันให้ได้มากยิ่งกว่า 8 ประตูรวมทั้งไม่เฉพาะแต่ ลิเวอร์พูล ยังมีทีมอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องฟาดฟันด้วย
แบบงี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก เต็มกำลังเลยดีมากกว่า เนื่องจากถ้าหากเอาชนะ รอคอยสตอฟ ได้เสร็จในเกมเมื่อคืนนี้วันพฤหัสฯ ถ้าหากจะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกเพียงแค่ 5 เกมเพียงแค่นั้น (2 เกมในรอบ 8 ทีม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดหมายชิงฯ)
ถ้าหากคิดจะเอาทั้ง 2 รายการ คืออันดับ 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย นอกจากจะเกินฐานะแล้ว บางเวลามันบางทีอาจดึงกันเองจนถึงพุ่งเข้าชนความผิดพลาดทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีเดิมพันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีมากกว่า ว่าและจากนั้นก็เอาค้อนปอนด์มา "ทุบหม้อข้าว" ของตนในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
คือไม่ต้องสนกับการแย่งชิงอันดับ 4 อีกต่อไปพลางทำใจยอมรับอันดับ 6 ของตนว่ามันก็น่ารักดีเช่นเดียวกันนะ แล้วเน้นไปในเส้นทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงแค่รายการเดียว เปรียบเหมือนการทุบหม้อข้าวตนเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของศัตรู ถ้าแพ้ ถ้ายึดไม่ได้ก็จะไม่มีข้าวกินส์ เนื่องจากตนเองทุบหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวจำเป็นต้องเอาชนะศัตรูหรือคว้าแชมป์ให้ได้เพียงแค่สถานเดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากภูมิปัญญาของที่ปรึกษาหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้แนวทางนี้ครับผม คือทุบหม้อข้าวตนเองทิ้งไปเลย โดยจัดทีมแบบไม่เต็มสูบในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (จนถึงถูกเพื่อนร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาอันดับ 4 ไปครอง)

ยูโรป้า ลีกส์ในฝันเลสเตอร์

Fun88/>

สัปดาห์ข้างหน้าเหล่าเกมฟุตบอลสมาคมยุโรปรอบ 8 ทีมท้ายที่สุดจะเริ่มทำการแข่งขัน โดยเหลือผู้แทนจากอังกฤษถ้วยละทีม เลสเตอร์ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ความปรารถนาแตกต่างกัน

แน่นอนว่า "หมาจิ้งจอกไทย" ไม่ใช่ตัวเต็งแชมป์ แต่ว่าการจับสลากเจอ แอตเลติโก มาดริด ถือว่าได้โอกาสไม่น้อยในการลุ้นเข้านรอบตัดเชือก ชปล.

ด้วยเหตุผลดังกล่าวเกมครั้งแรกคืนวันพุธนี้รับประกัน เลสเตอร์ ใส่สุดชีวิตแน่ เป็นนัดหมายแห่งฤดูที่ต้องลุ้นเอาชัยชนะแลกมาด้วยเหงื่อ

ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด เป็น "เต็ง1" ยูโรป้า ลีก จับสลากเจอ อันเดอร์เล็ทช์ ได้โอกาสเข้ารอบรองฯ ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ พยุงสถาณการณ์ให้ดีเหอะ ถ้วยใบนี้สื่อความหมายเป็นอย่างยิ่งต่อภูติผีปีศาจแดง

1. เส้นทางลัดสู่ ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ปีถัดไป

2. แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยได้แชมป์รายการนี้มาก่อน นี่คือถ้วยใบเดียวที่ยังขาดในตู้โชว์ นอกเหนือจากนี้ได้มาหมดแล้ว

เป็นงานท้าความสามารถของ โชเช่ มูรินโญ่ จริงๆครับ เพราะเหตุว่าเหตุการณ์ในตารางพรีเมียร์ลีกไม่ดี บางทีอาจไม่ติด1ใน4ขั้นแรก ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยต้องลุ้นแชมป์ถ้วยใบนี้สถานเดียว

เกมพรีเมียร์ลีกที่บ้าน ซันเดอร์แลนด์ อาทิตย์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจลุ้นอีกเฮือกนึงเป็นเกมชี้ชะตาคือถ้าพลาดอีกจากนี้เป็นต้นไปบางทีอาจไม่เต็มร้อยปล่อยหลุดมือบ้าง เพื่อเก็บความสดเอาไว้บดคู่ปรปักษ์ในเวทียุโรปดียิ่งกว่า โบนัสมันแตกต่างกัน

จะมองเห็นได้ว่าทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ต่างมีเป้าหมายในเวทียุโรปที่แตกแต่างกัน บังเอิญวันอาทิตย์นี้ต้องลงสนามเล่นเป็นทีมเยี่ยมร่วมกันทั้งคู่หมาจิ้งจอกไทยก็ต้องไปเยี่ยม เอฟเวอร์ตัน น่ากังวลเรื่องผลที่ได้รับจากการแข่งขันนัดหมายนี้อยู่เหมือนกันแฮะ

แม้กระนั้น การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกปลายฤดูนี้ยังคงมีหัวข้อให้ต้องถกกันถัดไป เมื่อช่องว่างคงเหลือ 7 คะแนน สเปอร์ส บางทีอาจเป็นทีมเดียวที่ได้โอกาสยื้อแชมป์กับ เชลซี เหลือการแข่งขันอีก 8 นัดหมาย โค้งสุดท้ายมาถึงแล้ว

เสาร์นี้ สเปอร์ส ลงเตะก่อนแถมเล่นในบ้าน ถ้าชนะก่อนจะลดช่องว่างเหลือ 4 คะแนน บีบคั้น เชลซี นิดๆเพราะเหตุว่าสิงห์บลูต้องออกนอกบ้านไปเยี่ยม บอร์นมัธ ไม่ใช่เกมง่ายซะทีเดียว

ถ้าเกิดผลที่ได้รับจากการแข่งขันระหว่าง 2 ทีมนี้สวนกันอีกอาจกลายเป็นหัวข้อร้อนขึ้นมาโดยทันที ไม่ว่าจะพลิกไปทางไหน

เมื่อกลางสัปดาห์ทั้ง 2 ทีมต่างเก็บชัยชนะมาได้เหมือนกันเป็น 3 คะแนนที่น่าทึ่งทั้ง เชลซี และ สเปอร์ส ขนาด เป๊ป กวาร์ดิออล่าว์ ยังยอมยกธงขาวในการไล่ล่าแชมป์ไปแล้ว

ไม่ยอมได้ไงล่ะ! แมนฯ ซิตี้ คะแนนตามหลัง เชลซี 14 แต้ม ไล่อย่างไรก็ไม่มีวันทัน เพราะเหตุว่าเหลือ 8 เกมเท่ากัน

เสือดุกำลังมา

ได้ยินข่าวมาสักระยะแล้วครับว่ามี "เสือ" ตัวหนึ่งกำลังอาละวาดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส สร้างความทุกข์ร้อนให้ราษฎรใน ลีก เอิง อย่างควรหนัก

แต่ว่าก็มิได้ตื่นเต้นจั๊กแหล่นหรือตะลึงงันอะไรจำนวนมาก ด้วยมีความคิดว่า ลีก เอิง เป็นสนามรบลำแข้งที่อุดมด้วยกลุ่มที่มีความอู๊ดดี้สูง หรือพูดง่ายๆว่า "หมู" นั่นแหละ

ข่าวสารการปะทุตาข่ายแบบถล่มทลายในศึก ลีก เอิง ของกองหน้าระดับดาวดังคนหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องน่ามหัศจรรย์อะไร

ขนาด มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่แปลงร่างเป็นไม้ตีพริกแข็งทื่อๆทิ่มแทงดาร์กซ์ผู้ใดกันแน่ก็มิได้เมื่ออยู่ในพรีเมียร์ลีกยังยิงกระจายได้เลยคุณ!

หลักฐานสำคัญเป็นผู้เล่นชนิดดาวซัลโวตีนพระกาฬจากลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสมักจะเผชิญกับปัญหา ผลิตสกอร์ได้ไม่กระจายดังเดิมในสนามรบลำแข้งที่ฮาร์ดคอร์ยิ่งกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก

เป็นต้นว่า มารูอาน ชามัค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หรือ บาเฟติเตียนมบี้ โกมิส รวมถึงรุ่นก่อนๆอย่าง สเตฟาน กีวาร์ซ หรือ ฌิบริล ซิสเซ่

เมื่อมาตะบันลำแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงขึ้น ระดับความยากเพิ่มมากขึ้น – ปริมาณประตูก็ลดลงตามระเบียบ

อนึ่ง ขอเว้นเสียแต่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่อยู่เหนือกฏเกฌฑ์ข้อนี้

ฤดูกาลนี้ ราดาเมล ฟัลเกา ลงเล่นให้ โมนาโก ใน ลีก เอิง ไปแล้ว 20 นัดหมาย โดยรัวไปแล้วถึง 16 ดอก

ค่าถัวเฉลี่ยในการทำลายตาข่ายให้หมดสิ้นจัดว่าสูงมากมายครับ แต่ว่าก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าบางทีอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะ ลีก เอิง นั้นมีอัตราความอู๊ดดี้สูงมากเกินกว่าที่จะออกอาการวี๊ดว้ายอะไรออกมา

การอยู่กับกลุ่มที่อุดมด้วยดาวดังอย่าง โมนาโก แถมจัดเป็นกลุ่มที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารของ ลีก เอิง ในฤดูกาลนี้บางทีอาจมีส่วนช่วยเหลือรวมทั้งช่วยเหลือเกื้อกูลให้ "พี่เสือ" ถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ…ก็..เป็น..ได้

จนกระทั่งเมื่อคืนวันอังคารก่อนหน้าที่ผ่านมา

กลุ่มคำไทย "สิบขว้างกว่าไม่เท่าตามองเห็น" ก็ปฏิบัติหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัดอีกที

แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยี่ยมของ โมนาโก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด ครั้งแรก ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมจึงได้มองเห็นฟอร์มการเล่นของ ราดาเมล ฟัลเกา แบบเต็มๆอีกที นับจากเดินคอตกออกจากเครื่องแบบภูติผีแดง ข้างหลังจบฤดูกาล 2014-15 ก่อนจะเจอความจริงว่าพี่เสือกลับมาแล้ว

กองหน้าวัย 31 ผู้นี้กระฉับกระเฉงขึ้นมากมายเลยทีเดียวนะครับ

ราดาเมล ฟัลเกา ทำเป็น 2 ประตูในเกมนี้

ประตูแรกจากการทะยานเข้าไปขวิดลูกตุงตาข่าย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสัญชาติญาณของนักล่ารวมทั้งวิญญาณของเพชฌฆาตที่กลับมาสิงร่างอีกที

ส่วนประตูที่ 2 จะต้องใช้คำว่า "เหนือดุจทวยเทพ"

พี่เสือมึงเล่นงานป้อมข้างหลังค่าตอบแทนเกือบ 50 ล้านปอนด์อย่าง จอห์น สโตนส์ จนกระทั่งเสียหมา ก่อนบรรจงชิพไม่เห็นหัวผู้รักษาประตูของ แมนฯ ซิตี้ อย่างเหนือชั้นสุดๆ

แม้จะสังหารจุดโทษพลาดไปแบบง่ายๆแถม โมนาโก เป็นฝ่ายปราชัย แต่ว่าก็เพียงพอจะอนุโลมได้ว่า ราดาเมล ฟัลเกา กลับมาเป็นสุดยอดดาวถล่มประตูราวกับที่ตัวเขาเองเคยเป็นอีกที

คิดและเสียดายจัง อิอิอิ

ทวนเข็มนาฬิกากลับไปสักราว 4-5 ปีที่ผ่านมา

ณ จุดนั้น ราดาเมล ฟัลเกา ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์หน้าตีนวางลำดับต้นๆของโลก (รวมทั้งดาวอังคาร)

2 ฤดูกาลที่เป็นโคตรเพชฌฆาตให้ แอตเลติเตียนโก มาดริด กองหน้ากลุ่มชาติโคลอมเบียผู้นี้ไล่ถล่มประตูคู่แข่งขันไปถึง 70 ดอก

นั่นนำมาซึ่งการทำให้โคตรมหาเศรษฐีกลุ่มหนึ่งอย่าง โมนาโก จะต้องเอาฟ่อนธนบัตรไปห่อตัวเขาออกมาจากกลุ่มตราหมีคอมมานโด

ฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่ลงเล่นให้ โมนาโก ไป 19 นัดหมาย โดยรัวไป 11 ประตู "เอล ติเตียนเกร" ก็มีอันจะต้องบาดเจ็บอย่างควรหนัก นอกเหนือจากจะอดลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ยังถูกลักพาตัวไปจากฟลอร์หญ้าเป็นเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว

หายเจ็บกลับมาก็เปลี่ยนเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา มาจาก โมนาโก มาใช้งานด้วยค่าตอบแทนอันมหาศาล ท่ามกลางความปรีด์เปรมรื่นเริงของผู้ขายวิญญาณให้ภูติผีแดงทุกกลุ่มเหล่าที่พากันตรอกบั้นกระเด้ายิกๆๆๆๆๆๆโทษฐานที่กลุ่มตนเองได้ดาวยิงลำดับต้นๆของโลกมาเป็นหน่วยล่าสังหาร

แต่ว่าก็อย่างที่รู้ๆกันดีอยู่แล้วนั่นแหละนะครับ

ฤดูกาล 2014-15 "พี่เสือ" ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งหมด 29 นัดหมาย โดยยิงได้แค่ 4 ประตูเท่านั้น

อย่าว่าแต่ถล่มตาข่ายเลยนะครับ แค่จับบอลยังไม่ค่อยจะอยู่เลย

จากเสือร้ายแปลงเป็นยุ่งระบากชัดๆ(โถ…พ่อคุณ)

สภาพร่างกายนี่แหละคือปัญหาใหญ่ ราดาเมล ฟัลเกา เพิ่งจะกลับมาจากลักษณะของการป่วยหน้าแข้งอย่างหนัก แถมห่างเหินจากการเริงระบำบนฟลอร์หญ้าไปนานเกินกว่าที่จะปรับสภาพให้เข้ากับสนามรบลำแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งเอาจริงเอาจังมากมายอย่างพรีเมียร์ลีก

เมื่อเล่นมิได้ รวมทั้งยิงมิได้ – ความแน่ใจก็เริ่มลดน้อย ยิ่งยิงมิได้ ความแน่ใจก็ยิ่งหาย

ฤดูกาลแรกของเขาในเสื้อผ้าภูติผีแดงจัดว่าล้มเหลวหมดท่า

ถ้าพวกเราเชื่อว่า ราดาเมล ฟัลเกา เป็นสุดยอดดาวยิงระดับตีนมหาวิบัติคนหนึ่งในโลกลูกหนัง เพียงแค่เขาเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บอย่างหนัก สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย – แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะให้เวลาเขาปรับตัวอีกสักระยะพลางเสี่ยงเดิมพันอีกสัก 1 ฤดูกาล

แต่ว่าภายหลังจากคำนวณดูแล้ว หฝ่าส์ ฟาน กัล คงมีความคิดว่ามันเสี่ยงเหลือเกินจึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ด้วยประเมินว่ากองหน้าผู้นี้เป็นผู้เล่นที่หมดสภาพ

ทันใด เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกก็โผล่เข้ามาแสยะยิ้มสยอดสยอง

เข้าใจว่าที่ปรึกษาของกลุ่มสิงห์บลูส์ ณ ในขณะนั้นอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ คงต้องการ "ลองของ" ทำนองว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อน แถมยังได้กวนตีนภูติผีแดงไปในตัวอีกต่างหาก เป็นเอ็งใช้ไม่ได้ใช่ไหม ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันใช้ให้มองเอง

ฤดูกาลที่แล้วลงเล่นให้ เชลซี ทั้งหมดเพียงแต่ 12 นัดหมาย (ทุกรายการ) โดยทำเป็นแค่ประตูเดียว

ใครบางคนจึงรำพึงรำพันอยู่คนเดียว "ถุย!…นึกว่าจะแน่"

ราดาเมล ฟัลเกา เกือบจะไม่ได้ต่างอะไรจากเสือแก่ที่สายตาพร่ามัว-เขี้ยวเล็บสึกหรอ แถมเป็นเสือลำบากที่โดนลูกกระสุนปืนนายพรานจนกระทั่งบาดเจ็บอีกต่างหาก

"เสือลำบาก" ที่หมดสภาพอย่างนี้ไล่ล่ากระทิงโทนหรือกวางใหญ่ในป่าไม่ไหวหรอกนะครับ

จับกินได้ก็แต่ว่าน้องหมาของราษฎรเท่านั้น!

จบฤดูกาล 2015-16 อดีตดาวยิงตีนวางลำดับต้นๆของเมืองมนุษย์ผู้นี้จึงไม่เป็นที่เรียกร้องของ เชลซี อีกต่อไป รวมถึงยักษ์ใหญ่กลุ่มอื่นๆด้วยจนกระทั่งจะต้องซานซมกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ โมนาโก อีกที

รับตามจริงว่าผมไม่คิดว่า ราดาเมล ฟัลเกา จะกลับมาอยู่ในฟอร์มอันสุดยอดของตนอีกที เพราะดูมุมไหนก็พบว่ามันผ่านไปหมดแล้ว เขาผ่านจุดสุดยอดของตนเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย

ฤดูกาลนี้พี่เสือยิงประตูแรกให้ตนเองได้สำเร็จในเกมที่ 2 ของ ลีก เอิง ซึ่ง โมนาโก ถล่ม แรนส์ ไปด้วยสกอร์ 3-0

นับจากนั้นก็เริ่มผลิตสกอร์ได้เรื่อยโดย 9 ครั้งแรกที่เล่นให้ โมนาโก ในฤดูกาลนี้ พี่เสือมึงยิงได้ถึง 7 ประตู

เมื่อรัวตาข่ายได้โดยตลอด ความแน่ใจก็คืนกลับมาอีกที เหมือนกับสภาพร่างกายที่บริบูรณ์มากขึ้น

เกมปัจจุบันที่ เอติเตียนฮัด สเตเดี้ยม ดาวยิงวัย 31 ผู้นี้กดไปอีก 2 ดอกจากที่บรรยายเป็นตัวอักษรไปนั่นแหละ (ผู้ใดกันแน่มิได้มองถ่ายทอดสดก็ไปหามองในคลิปเอาแล้วกัน) พอๆกับว่าฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้ว 26 นัดหมาย (ทุกรายการ) โดยทำเป็น 21 ประตู

เหนือกว่าสถิติการยิงประตูที่เป็นตัวเลข เป็นฟอร์มการเล่นที่เพิ่งจะมองเห็นแบบใหม่ๆนี่แหละนะครับ

สัมผัสได้ถึงความกระฉับกระเฉงเหมือนเสือหนุ่มที่สามารถสืบพันธุ์ได้วันละ 200 ดอก นั่นเป็นเหตุผลที่กล่าวว่าทำไมถึงมีความเชื่อว่า "อวัยวะเพศของเสือเพศผู้" เป็นสุดยอดยาบำรุงความสามารถทางเซ็กซ์จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเลิศในต้นสายปลายเหตุให้สัตว์ป่าชนิดนี้ใกล้สิ้นพันธุ์

กว่าครึ่งปีครับที่ ราดาเมล ฟัลเกา นอนเบียดกับอาการบาดเจ็บ บวกกับอีก 2 ฤดูกาลเต็มๆที่พยายามหาทางกลับออกมาจากเขาวงกตที่ความหายนะ

ในที่สุดก็ทำสำเร็จ – มองเห็นอย่างนี้และกระปรี้กระเปร่าครับ

นี่เป็นตัวอย่างชั้นหนึ่ง แถมเป็นกรณีศึกษาว่า…คนเรา ถ้ามีความอุตสาหะรวมทั้งพยายามโดยไม่ท้อใจหรือหมดกำลังใจไปซะก่อน คนที่เคยเป็น "เสือ" ก็มีสิทธิ์กลับมาเป็น "เสือ" ดังเดิมได้อีกที

…ว่าและให้ระลึกถึงดาวเตะอีกคนที่อายุ 31 เท่า ราดาเมล ฟัลเกา ที่กำลังจะถอดใจหนีไปค้าลำแข้งพลางโกยเงินในเมืองจีนดีมากกว่า เพราะในเวลานี้ตนเองไม่มีที่ลงในกลุ่มตัวจริงของภูติผีแดง

นับถอยหลังสู่ 8 นัดหมายในที่สุดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ระหว่างเชลซี กับ ทอตแนมฮอตสเปอร์

แต้มห่าง 7 สัปดาห์นี้มีโปรแกรมต่างช่วงเวลากันแล้วก็เป็นทีมไก่เดือยทองคำได้โอกาสลดช่องว่างเหลือ 4 ให้เชลซีกดดัน หากว่าพวกเขาชนะวัตฟอร์ด ได้ก่อน ปล่อยให้เชลซีบุกเยือนบอร์นมัธ ด้วยแรงกดดันบ้าง

ภายหลังทีมคอนเต้ชนะในเกมล่าสุดเขาบอกว่าขออีก 18 แต้มจาก 24 ที่เหลือ นั่นเป็นชนะ 6 นัดหมาย ถ้าหากเป็นไปได้ชนะรวด 6 นัดหมายนี้เลย เชลซีจะคว้าชัยชนะพรีภรรยารฺ์ลีกโดยทันที

ณ จุดนี้เชลซีไม่ต้องพอใจสเปอร์ส เล่นเพื่อทีมตัวเอง เล่นเพื่อชนะอย่างเดียว จะชนะแบบไหน จำเป็นต้องชนะ เพื่อทำให้ช่องว่างนั้นดำรงอยู่อย่างนี้หรือบางทีอาจโชคดีถ้าหากสเปอร์สสะดุดมันจะมากขึ้นแล้วก็เป็นผลเชิงจิตวิทยาให้พวกเขาได้โอกาสใกล้แชมป์มากกว่าชนะรวด 6 นัดหมาย

มันบางทีอาจจะเหลือ 5 หรือ 4 ก้ได้่ครับผม
กล่าวคือแชมป์อยู่ในมือเชลซีแล้วก็เป็นทีมคอนเต้ ถือถ้วยพรีเมียร์ลีกอยู่ ในตอนที่สเปอร์สเพียรพยายามมายื้อแย่งอยู่ปัจจุบันนี้

สเปอร์สได้โอกาสมั้ยครับผม???

ผมว่ามีครับ

7 คะแนนกับอีก 8 นัดหมายไม่ห่างครับผม แม้มันดูเปิดโอกาสให้เชลซีแต่ว่าจากการที่พวกเขาเสียท่าสะดุดต่อคริสตัล พาเลส ค้างบ้าน มันทำให้มองเห็นว่าช่วงท้ายฤดู ความเคร่งเครียด แรงกดดัน ความเกร็งมาเยือนแล้ว

ในขณะที่เกมของพวกเขาเหนือกว่าพาเลส โอกาสยิงเยอะมาก กลับพลาดไปหมด

ทีมลุ้นแชมป์รังเกียจแล้วก็กลัวเรื่องอย่างนี้ครับผม เล่นแล้วมันดูตั้งอกตั้งใจเกินไปทั่จะยิง ที่จะชนะคู่ปรปักษ์ มันผิดธรรมดาตัวเองไปซะอย่างนั้น เป็นถ้าหากเชลซีไม่แพ้พาเลส แล้วก็ในวันนั้นสเปอร์สน่าจะแพ้สวอนซีอยู่แล้วครับผม

แต้มนำ 10 จนกระทั่งตอนทดเวลาที่ลิเบอร์ตี้ เปลี่ยนเป็นลูกทีม เมาริซิโอ โปเชตตำหนิโน มีลูกฮึดไล่ยิงสามประตูระหว่างนาทีที่ 88, 90+1 จนถึง 90+4 ยิงสามประตูในช่วงเวลา 6 นาที กล่าวคือยืงประตูทุกๆสองนาที

ในขณะที่ไม่มีตัวความมุ่งหวังอย่าง แฮร์รี เคน ลงสู่สนาม

นั่นเป็นข่าวดีแล้วก็แง่มุมบวกๆของแฟนไก่แล้วก็ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากคำว่า spursy ที่เป็นนิยามของพวกเขาที่มักเสียท่า ตกม้าตายในเกมสำคัญแล้วก็เกมที่อยากได้ความมีชัยเพื่อลุ้นต่อ ถ้าหากเทียบกับปีที่แล้ว

ระยะนี้พวกเขาเริ่มห่วยแตกนั่นแหละครับผม แต่ว่าปีนี้พวกเขายังสู้ต่อ ยังไม่หมดลุ้น มันยังได้โอกาสถ้าหากสู้ต่อแล้วก็หวังว่าความมีชัยต่อเกมกับสวอนซี จะเป็นพลังซ่อนเร้นให้นักฟุตบอลสเปอร์ส เดินหน้าสู้ต่อ ในขณะที่ความมุ่งหวังมีไม่มากมาย

เนื่องจากว่าแชมป์อยู่ในมือเชลซี แล้วก็ควรเป็นเชลซีเพียงแค่นั้นที่จะพลาด

แฟนไก่คอยลุ้นให้ตัวเองชนะไว้ก่อน จากนั้นค่อยว่ากัน ถ้าหากตัวเองยังชนะไม่ได้แล้วก็อดสามแต้ม ผมว่าอันนี้ยากละ เพราะนี่ไม่ได้แข่งกับตัวเอง พวกเขาแข่งกับเชลซี ที่มีความผิดพลาดน้อย นานๆแพ้คราว

แต่ว่าไม่ต้องมากมาย…ไม่ต้องถึงกับแพ้หรอกครับผมใน 8 นัดหมายที่เหลือ ทดลองเสียท่าเสมอสักสองนัดหมายติด แล้วสเปอร์สชนะรวด

มันจะเป็น 6 ต่อ 2 แต้ม เท่ากับเชลซีได้เพิ่มมา 2 เป็น 9 แต้มที่ห่าง แล้วลบออก 6 จะเหลือเพียง 3 เท่านี้ทีมตราไก่ได้โอกาสคว้าชัยชนะได้เท่าๆกับเชลซีแล้วครับ มันเป็น 51-49 แล้วครับ ถ้าหากนำกันเพียงแค่สามคะแนน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยพลาดท่าต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเพราะผลเสมอ 3 นัดหมายในตอนโค้งสุดท้าย หรือเคยเสียแชมป์ให้ อาร์เซนอลตอนนำ 11 แต้มเมื่อถึงเดือน เดือนมีนาคม แต่ว่าปืนชนะรวด 10 นัดหมายท้ายที่สุด ผีหลุดเสมอสองสามนัดหมาย มีแพ้ด้วย

จบเลย….

ถึงแม้ว่าอันโตนีโอ คอนเต้ เคยตกม้าตายกับยูเวนตุส แบบว่านำ 5 เมื่อเหลือ 3 นัดหมาย แต่ว่าดันแพ้แล้ว ยกแชมป์ให้ลาซิโอไป

แฟนกัลโช จำได้ดีครับผมซีซั่น 1999-2000 ผมเคยเขียนไปคราวหนึ่ง ด้วยความรู้สึกกังวลใจของ คอนเต้ ในฐานะนักฟุตบอลยูเวนตุสแล้วก็นายจ้างเขาเป็น คาร์โล อันเชลอตตำหนิ 8 นัดหมายท้ายที่สุดแพ้ 4 จากที่นำห่าง

ก่อนลงสู่สนามนัดหมายท้ายที่สุดลาซิโอ ของสเวนโกรัน อีริคส์สัน ตาม 2 แต้ม แล้วก็ไปเยือนเรจจิน่า…เป็นลาซิโอ ชนะเจ้าของบ้าน เรจจิน่า นั้นเป็นไปได้แน่ๆ เล่นที่สนาม เรนาโต คูรี ไม่มีปัญหา แต่ว่าการที่ยูเวนตุสพบกับเปรูจา ที่รอดพ้นการตกชั้นไปแล้ว

ผู้ใดกันกล้าค้ำประกันว่าเปรูจา จะเล่นสุดกำลัง???

หนักกว่านั้นเป็นเกมของลาซิโอจบก่อน แต่ว่าเกมของยูเวยังไม่จบ ฝนตกหนักเกมเลื่อนไป 80 นาที ถ้าหากเรียลไทม์เป็น ลาซิโอ เวลานี้แซงขึ้นเป็นหัวหน้าฝูงในนัดหมายท้ายที่สุดคอยให้ยูเวนตุสเตะจบ แล้วก็ถ้าหากชนะเปรูจา เจ้าม้าลายก็คว้าชัยชนะเหมือนกัน

ผลเป็นยูเวนตุสแพ้เปรูจา 1-0 จากลูกอลเวงหน้าจุดโทษ…และก็ตีเสมอไม่ได้ แพ้นัดหมายท้ายที่สุดถึงกับชวดแชมป์หน้าตาเฉย!

เรื่องราวพวกนี้อยู่ในหัวของ คอนเต้ จนทำให้พวกเราเองอดคิดไม่ได้ว่า….เขามีบทเรียนราคาแพงเมื่อ 17 ปีกลาย สมัยเป๋นนักฟุตบอล หัวข้อนี้ไม่น่ากลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เขาจำเป็นต้องแก้ไขมันให้ได้เมื่อมาเป็นผู้ฝึกสอน

แต่ว่าอย่างว่าแหละครับ….กระทั่งคุณยังทำการประลองอยู่ โอกาสอย่างนี้มันมีกำเนิดขึ้นกับแล้วครับผม

คาร์โล อันเชลอตตำหนิ เคยพลาดแชมป์สคูเดตโต เมื่อเวลานี้ เขาก็ยังพลาดแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกในขณะที่นำหงส์แดง ลิเวอร์พูลในปี 2005 อยู่สามลูกเมื่อจบครึ่งแรก แต่ว่าท้ายที่สุดโดนตีเสมอแล้วก็ยืดเวลาพิเศษบุกยังไงก็ยิงไม่ได้ แถมแพ้จุดโทษอีก

คอนเต้….น่าจะคิดมากแล้วก็จำเป็นต้องเพียรพยายามกระตุ้นลูกทีมว่านำ 7 แต้ม อย่าหลงระเริง แล้วก็ประมาทผู้ตามอย่างสเปอร์ส ที่น่าจะแพ้สวอนซี แต่ว่าพอเพียงตีเสมอได้นาทีที่ 88 พวกเขาสอยอีกสองลูกจนหมดเวลา พลิกกลับมาชนะ 3-1

เรื่องราวอย่างนี้มันไม่ใช่ชนะแล้วได้เพียงแค่สามแต้ม

สเปอร์สได้ 9 แต้มเลยครับผมวันชนะสวอนซี

แทนที่ถ้าหากแพ้แต้มจะกลับไป 10 แล้วหมดหวังลุ้นแชมป์ ณ จุดนี้ สเปอร์สมีหวัง แต่ว่าอาจจะไม่มากมายเท่ากับเชลซี อันนี้ตามหน้าเสื่อครับ แล้วก็หากกวาดตาดูโปรแกรม 8 นัดหมายท้ายที่สุด ถ้าหากเชลซีอยากได้ชนะ 6 นัดหมาย

พวกเขาจะต้องพบกับผู้ใดกันบ้าง แล้วก็สเปอร์สเองเจอกับผู้ใดกันบ้าง

เชลซี สเปอร์ส

นัดหมายที่ 31 บอร์นมัธ(ย) วัตฟอร์ด (ห)

นัดหมายที่ 32 แมนฯยูฯ (ย) บอร์นมัธ (ห)

นัดหมายที่ 33 เซาแฮมป์ตัน(ห) พาเลส (ย)

นัดหมายที่ 34 เอฟเวอร์ตัน (ย) อาร์เซนอล (ห)

นัดหมายที่ 35 โบโร (ห) เวสต์แฮม (ย)

นัดหมายที่ 36 เวสต์บรอม (ย) แมนฯยูฯ (ห)

นัดหมายที่ 37 ซันเดอร์แลนด์ (ห) ฮัลล์ (ย)

ส่วนเกมเชลซีตกค้างวัตฟอร์ด แล้วก็สเปอร์สตกค้างกับ เลสเตอร์ นั้น คอยลงวันแล้วก็เวลาทั้งคู่โปรแกรมเนื่องจากว่าสองทีมนี้มีคิวเตะเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 22 เม.ย. พบกันเอง พิสูจน์กันเพราะผู้ใดกันได้โอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ได้

ถ้าหากดูโปรแกรมรวมทั้งหนักค่อยไม่ได้แตกต่างกัน แฟนเชลซี มองไปที่เกมแมนฯยูฯ กับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนแฟนไก่นั้นมองเกม อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ แล้วก็แถมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ชนะรวดทุกนัดหมายกลับมาเป็นทีมแชมป์ดังเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่านับต่อจากนี้เป็นต้นไป…..ผู้ใดกันสะดุด เผชิญกับปัญหาแน่ๆ

สเปอร์สสะดุด ช่องว่างจะห่างแล้วก็เกือบจะหมดลุ้น แต่ว่าถ้าหากเชลซีสะดุดแลสเปอร์สเก็บได้ พวกเขามีลุ้นแชมป์แบบสุดกำลัง แล้วก็สามารถบอกได้เต็มปากว่าได้โอกาสเป็นแชมป์ แต้ม 7 ปัจจุบันนี้ สะดุดสักนัดหมายสองนัดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชลซี ช่องว่างจะลดฮวบฮาบ

ณ ช่วงเวลานี้อาจจะจำเป็นต้องให้เครดิตทีมเชลซีของ คอนเต้ ก่อนว่า มีคุณลักษณะเด่นมากกว่าข้อด้อย แล้วก็พวกเขาพร้อมเป็นแชมป์มากกว่าสเปอร์ส อันนี้ว่ากันตามหน้าเสื่อ ไม่ใช่ว่ากันด้วยความมุ่งหวัง แต่ว่าถ้าหากทีมของคอนเต้ ไม่สามารถนำคุณลักษณะเด่นตัวเองเรื่อง รัดกุม พลาดยากเสียยาก มาใช้ได้ทันท่วงที

เสียสมาธิแล้วก็กดดันตัวเองมากมายไป ข้อด้อยของพวกเขาจะก้าวมาแทนที่ แบบนั้นโอกาสสะดุดมีมากมาย ราวกับเกมที่แพ้คริสตัล พาเลสในขณะที่โดนบุกไม่กี่ครั้ง นั่นเป็นเพราะพวกเขาเสียสมาธิ แล้วก็พอเพียงโดนนำ เปลี่ยนเป็นกดดันแล้วก็เกร็งตัวเองไป

นี่เกมล่าสุดที่ชนะ แมนฯซิตี้ 2-1 แสดงให้เห็นว่าพวกเขากลับมามีสติได้อีกครั้ง

ส่วนสเปอร์สไม่ต้องคิดอะไรมากมาย…ไม่มี แฮร์รี เคน นำแนวรุก พวกเขาจำเป็นต้องชนะอย่างเดียว ด้วย ซอน เฮือง มิน, เดลเล อัลลี, คริสเตียน เอริคเซน ตัวทำเกมรุกสามคนนี้ที่สลับหน้ากันยิงแล้วก็ช่วยทีมได้ บวกกับเซตพีส เตะมุม ฟรีคิก ที่จะมาช่วยเสริมให้ได้โอกาสชนะง่ายชึ้น

เมื่อขุนค้อนปลดแอกซะที

จะดี-ร้ายสักแค่ไหน เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด ก็คงจะมีที่ยืนในสังคมพรีเมียร์ลีกฤดูหน้าถัดไป หลังเพิ่งกำชัยล้ำค่าในเกมพนันแต้มไป-กลับเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา
ชัยเหนือสวอนซี ซิตี้ จากประตูโทนของ เชคู ข้ายาเต้ ได้ส่งให้ทีมขุนค้อนของ สลาเวน บิลิช หายใจโล่งคอขึ้นเยอะแยะในอันดับ 14 ของตารางคะแนน เหนือสิ่งอื่นใดยังดีดตัวทิ้งห่าง "หงส์ขาว" คู่แข่งในสนามเมื่อวันวานไปไกลถึง 8 แต้มอีกต่างหากก็เลยนับว่าเป็นแมตช์ปลดแอกสำหรับชาว "เดอะ แฮมเมอร์ส" อย่างแท้จริง หลังเผชิญช่วงย่ำแย่สุดชี้แจงแพ้ในลีก 5 นัดรวด ไล่ตั้งแต่พ่ายเชลซี 1-2, บอร์นมัธ 2-3, เลสเตอร์ 2-3, ฮัลล์ ซิตี้ 1-2 และอาร์เซน่อล 0-37 เกมต่อเนื่องกันแพ้ผู้ใดกัน ได้แค่ 2 แต้มจากผลเสมอเวสต์บรอมวิช 2-2 และวัตฟอร์ด 1-1ย้อนไกลกว่านั้น 9 แมตช์ปัจจุบันได้เฮเพียงแต่เพียงอย่างเดียวจากทริปลุยใต้ไปทุบเซ่าธ์หมูแฮมป์ตัน 3-1
เพลานี้ลักษณะอากาศในกรุงลอนดอนช่างแจ่มใสสมกับฤดูใบไม้ผลิ มีแดดออกลมพัดกำลังพอดี ถ้าเกิดแม้กระนั้นคนละอารมณ์กันอย่างสิ้นเชิงในหมู่กองเชียร์เวสต์หมูแฮม
สลาเวน บิลิช ผู้จัดการทีมชาวโครแอตเรียกร้องให้ผู้ร่วมทีมยืนหยัดต่อสู้ด้วยกันระหว่างแถลงข่าวก่อนแมตช์ และท้ายที่สุดก็มาได้รางวัลทดแทน
รูปเกมโดยรวมบางทีอาจไม่ค่อยสวยงาม ต่อเมื่อแง่งามเป็น "ชัย" และผลหน้าที่เล่นเกมรับที่น่าประทับใจ ไม่เสียประตูคราวแรกในรอบ 11 นัด
ไลน์-อัพแปลงเพียงแต่ตำแหน่งเดียวจากนัดเยือนอาร์เซน่อลเมื่อกลางสัปดาห์ โดยส่ง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ลงตัวจริงแทน แอนดี้ ห่วงใยโรลล์ หอกร่างใหญ่ซึ่งสภาพร่างกายไม่ฟิต
มองตามกระบวนการยืน สน็อดกราสส์ ลงเลื้อยริมทางขวา อีกฟากเป็น มานูเอล ลันซินี่ ส่วน มิคาอิล อันโตนิโอ ถูกดันเล่นกองหน้าสลับกันขึ้นกับ อันเดร อายิว ผู้ได้ลงล่าตาข่ายต้ขึ้นอยู่กับเก่า
นอกนั้นดังเดิม มาร์ค โนเบิล กัปตันทีมคุมดินแดนกลางร่วมกับ ข้ายาเต้ แบ็กโฟร์มี แซม บายแรม, โชเซ่ ฟอนเต้, เจมส์ คอลลินส์, อาร์กตูร์ มาซูอาข้า และผู้รักษาประตู ดาร แรนดอล์ฟ
ผู้ร่วมทีมของ บิลิช ทุ่มเทเป็นพิเศษตั้งแต่อาจารย์ เควิน เฟรนด์ เป่านกหวีด มีลุ้นทันควันจากช่องทางของ อันโตนิโอ รวมถึงจังหวะที่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ จับลูกโขกเผาขนจาก สน็อดกราส์ บนเส้นประตูพอดิบพอดี
เวสต์หมูแฮมทำสกอร์นำจนได้ใน "ช่วงนรก" นาที 44 จากบอลแต่เดิมที่ โนเบิล ผู้ฉลองสวมเสื้อเลือดหมู-ฟ้าครบหลัก 400 ป้ายขึ้นหน้าให้ สน็อดกราสส์ ถวายพาน ข้ายาเต้ ตะบันเต็มข้อ 25 หลาเสียบตูดตาข่าย
ชอตถัดมา ห้องเครื่องทีมชาติเซเนกัล ล้นเข้าไปกอดกับแฟนบอลที่นั่งติดขอบสนามทันที–นี่เป็นอารมณ์ร่วมที่ต่างข้างต่างแสดงออกให้เห็นว่าประสงค์ชัยได้ขนาดไหน
เป็นโมเมนต์น่าประทับใจจนมาโดนติดเบรกด้วยใบเหลืองแจกให้ตามกฎการแข่งขัน ซึ่งบางโอกาสก็มีความรู้สึกว่าควรหยวนๆกันหน่อยในเมื่อมันไม่ใช่พฤติกรรมรุนแรง หรือท่าทางกวนโทสะคู่อริแต่อย่างใดเลย
ส่วนร่วมแอสซิสต์ของจอมเลื้อยทีมชาติสกอตแลนด์ก็นับเกิดเรื่องที่ดี หลังถูกติชมฟอร์มการเล่นอยู่เสมอมาตั้งแต่แมื่อย้ายจากฮัลล์ในตอนตลาดหน้าหนาว

ช่วงเวลาที่เหลือไร้สกอร์เพิ่ม กระนั้นจะต้องดูขุนศึกหลังบ้านเวสต์หมูแฮมที่เล่นกันมีระเบียบวินัย พร้อมใจกันกันเข้าซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอลลินส์ และ บายแรม ต่างบล็อกจังหวะสำคัญไว้ได้ในช่วงท้ายเกม
สิ้นเสียงนกหวีดไปด้วย 3 แต้มแสนล้ำค่า ทว่ามีปัญหาตามมาให้ บิลิช จะต้องขบคิดอีกกระทอกจากการสูญเสียคีย์แมนถึง 2 หน่อโนเบิล กัปตันวันแมนคลับโดนใบเหลืองในนาที 38 สะสมยอดครบเลข 10 พร้อมโทษพักหน้าแข้ง 2 นัดหน้า
มิเท่านั้น อันโตนิโอ ปีกเจ้าเวหะตัวท็อปสกอร์ 9 ประตู ยังมาเจ็บเอ็นหลังต้นขา จนถึงจะต้องขอร้องแปลงออกเองในไม่กี่อึดใจก่อนได้ประตูนำ
ตัวรุกวัย 27 ได้ลงบัญชีหน้าแข้งเดี้ยงตาม อารอน เครสส์เวลล์, วินสตัน รีด, อันเจโล อ็อกบอนน่า และ เปโดร โอเบียง ซึ่งเดี้ยงไปก่อนหน้าแต่ละรายนามที่ว่ามาล้วนแล้วแต่เป็นขุนศึกตัวจริงทั้งหมดเลย!
อย่างไรสิ่งจำเป็นที่สุดก็คือชัย ซึ่งทำให้เวสต์หมูแฮมเก็บแต้มรวมทั้งสิ้น 36 ขออีกเพียงแต่ 4 จาก 6 เกมด้านหลังก็พอเพียงการันตีรอดชีวิตตามมาตรฐานค่าถัวเฉลี่ย
ต่อเมื่อใช้ตรรกะเดียวกันก็น่ากังวลทีเดียวสำหรับสวอนซี ซึ่งมีเพียงแต่ 28 คะแนน โดนฮัลล์ถีบส่งลงโซนแดงตั้งแต่เมื่อมิดวีกในช่องว่าง 2 แต้ม
มองดีขึ้นขึ้นกับดีๆในฉับพลันที่ พอล คลีเมนต์ เข้ามารั้งบังเหียนรับช่วงต่อ บ็อบ แบร็ดลี่ย์ ท้ายที่สุดท่าจะเข้าอีหรอบเดิมซะอย่างงั้น! รวมผลแพ้ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยมไปด้วย ทีมแคว้นเวลส์ได้แค่แต้มเดียวเท่านั้นในรอบ 5 เกมก่อนหน้าที่ผ่านมา
1 แต้มดังที่กล่าวมาแล้วมาจากแมตช์ในบ้านกับมิดเดิ้ลสโบรช์ โดยเสมอ 0-0 แบบเกือบแพ้ถ้าเกิด รูดี้ เชสเตด หอกอาคันตุกะโหม่งตรงเป้าแม่นๆอีกนิดเมื่อวันพุธก่อนหน้าที่ผ่านมาก็โดนสเปอร์สรัวแซง 3 เม็ดในตอน 2 นาทีด้านหลังรวมทดเจ็บค้างรังลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยมอีกต่างหากในทริปบุกสังเวียนบริเวณสแตรทฟอร์ดยิ่งหนัก ส่องตรงเป้าแค่ 1 ทีตลอด 90 นาทีช่องทางชัดเจนจริงๆจะต้องรอคอยถึงช่วงหลังจาก ลูเซียโน่ ท้องนาร์ซิงห์ ปีกสำรองชาวฮอลันดาซัดผ่านคาน
ปัญหาของทีมหงส์ขาวเว้นเสียแต่เสียประตูง่าย ไม่ได้คลีนชีตนอกบ้าน 15 เกมรวด ก็ยังมีใจความสำคัญเกมรุกที่ลดประสิทธิภาพไปเยอะแยะเมื่อไร้เงา เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ติดโผ 11 คนแรก
หอกยักษ์เลือดบาสก์เจ็บข้อเท้าจนวืดทั้ง 2 นัดก่อน กระนั้นพอเพียงกลับมาสำรองได้เมื่อวันเสาร์ก็ยังขาดแมตช์ฟิต สร้างอันตรายอะไรไม่ได้เลย
ความหวังพังทลายสกอร์จะต้องฝากฝังไว้กับ จอร์แดน อายิว น้องชายแท้ๆของ อันเดร ซึ่งสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเกือบจะนับครั้งได้เลยกิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน นักเตะที่ดีเยี่ยมที่สุดของทีมก็มาเจอเกมที่เงียบ ออกฤทธิ์ออกเดชไม่ออกซะอีกอีกปัญหานักหนารุนแรงกว่าเป็น "คุณภาพเชิงลึก"
พอล คลีเมนต์ เกือบจะยึดตัวจริงชุดเดิมตลอด 3 นัดหลังที่ไม่มี ยอเรนเต้ แปลงแค่จุดเดียวตรงปีกขวา–ท้องนาร์ซิงห์ ลงเจอโบโร่ ก่อนปรับเอา เวย์น พวกเราท์เล็ดจ์ ลงเลื้อยในแมตช์บู๊สเปอร์ส และเวสต์หมูแฮม
นอกนั้นดังเดิมเด๊ะ ฟาเบียนสกี้ เฝ้าเสา แผงหลังมี ไคล์ นอห์ตัน, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แอลฟี่ มอว์สัน, มาร์ติน โอลส์สัน ดินแดนกลาง ลีรอย แฟร์, แจ็ค คอร์ก, ทอม ห่วงใยโรลล์ ตลอดจนสามประสานข้างหน้าอย่าง พวกเราท์เล็ดจ์, อายิว และ ซิกกี้
ครั้นเมื่อหันไปยังชอยส์อื่นๆและจากนั้นก็ท้อใจ ไม่นับ ยอเรนเต้ ก็มี กี ซอง-เยือง ห้องเครื่องเกาหลีใต้ที่ดร็อปลงไปเยอะแยะ, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ จอมเลื้อยเอกวาดอร์หมดสภาพเดี่้ยงไปนานอ่อำเภอ..เกือบลืม บอร์ฆา บาสโตน ดาวยิงประเทศสเปนค่าตัวแพง ผู้ยังปรับนิสัยไม่ได้ตั้งแต่แมื่อย้ายมาจากแอต.มาดริดอีกคน! อย่างไรก็ตาม คลีเมนต์ จะได้แปลงโผแน่ๆ2 ตำแหน่งในนัดหน้าที่บ้านวัตฟอร์ดยอเรนเต้ น่าเอากลับคืนตัวจริงในเมื่อใช้งาน อายิว คนน้องแล้วไม่เวิร์กนอกจากนั้น คอร์ก มิดฟิลด์กัปตันทีมดันข้อเท้าเดี้ยงเพิ่ม จะต้องลุ้นฟิตตัวโก่งแม้กระนั้นแนวโน้มชวดมีสูงเวลาไม่คอยท่า คลีเมนต์ แอนด์โค จะต้องรีบคิดรีบทำนำพาสวอนซีกลับมาเก็บแต้มให้ได้ราวกับขั้นแรกๆที่เข้ามารับงาน

จิ้งจอก พบ ปีศาจแดง


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ ซิสตี้ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งคู่ในสัปดาห์นี้
สถานะการณ์ทั้งคู่กลุ่มที่แตกต่างทำให้เดิมพันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ขัดส์" อยู่ชั้น 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นแค่ 2 นอกเหนือจากนี้ชั้นท้ายที่สุดของตารางคะแนนเป็นซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์แค่ 5 แต้ม นั่นหมายความว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่มากไม่น้อยเลยทีเดียวอะไร

ไม่ใช่แค่ชั้น 18 อย่างคริสตัล พาเลส เพียงแค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปยันเสมอแมนฯยูฯ แล้วก็แมวดำมีโอกาสลดช่องว่างในกรณีที่เลสเตอร์พลาดท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อจัดการแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "ปีศาจแดง" กลุ่มที่รองประธานสมาพันธ์เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแฟนคลับมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ เที่ยวนี้ไม้่มีช่องทางมากสักเท่าไรนัก ถ้าเกิดหวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากพลาดท่าเสมอฮัลล์ ซิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

ชั้นก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเต็มที ด้วยเหตุนี้เกมนี้จะต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ค้างบ้านให้ได้ มิเช่นนั้นช่องว่างอันโดนยืดแล้วก็พวกเขาก็อยู่ชั้นหกต่อไป

สถานะการณ์ที่อยากชัยชนะทั้งคู่กลุ่มแบบนี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกติก ดึงเกม เนื่องจากว่าผลเสมอเกิดโทษต่อทั้งคู่กลุ่มแน่นอน

ว่ากันถึงเจ้าบ้านช่วงนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี ประจันหน้ากับปัญหาใหญ่หลวง ไม่ใช่เนื่องจากว่าคนมุ่งมาดเรื่องแชมป์เก่า โน่นมันเป็นเทพนิยายที่จบไปแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหานั้นก็คือพวกเขาแปลงเป็นกลุ่มที่จะต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดหรือเปล่ารอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักเตะได้ขวัญแรงใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่อวยพรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แต่ตอนนั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์อาจไม่ได้ นักเตะจะต้องสู้สุดกำลังเพื่อความมีชีวิตรอดไม่มีอันตรายในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่เลวทรามที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นถัดมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูคนใดกันมาสี่นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับหมดสมัย ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ พ.ย. 2014

ยุค เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงคนใดกัน 5 นัดติดต่อกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้แปลงเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังแพ้คนใดกันนอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดหมายนอกจากนี้แพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่ชั้น 19 เป็นชั้นตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักเตะได้ฝ่าสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน ชั้นคะแนนเฉพาะในบ้านชั้น 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆถ้าเกิดไม่คิดมากมายเล่นในบ้านจะต้องชนะให้บ่อยๆเข้าไว้ พวกเขามีโอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรฐานรากของกลุ่มที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบนี้ไม่ตกชั้นแน่ๆรับประกันได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้บรรลุเป้าหมาย มาแล้วทั้งนั้น

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกหนึ่งเรื่องเป็นสภาพกลุ่มของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักเตะเพิ่มมากขึ้น กลับปรากฏว่านักเตะค่าตอบแทนแพงดีกรีระดับกลุ่มชาติหลายคน กลับไม่ได้ช่วยกลุ่มแล้วก็เล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

แตกต่างจากโนเนมทั้งหลายแหล่ที่เล่นกับกลุ่มมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำได้ดีมากยิ่งกว่ากระจ่าง

การที่นักเตะใหม่ศักยภาพสูงๆไม่อาจจะเล่นได้ดีนั้น คือปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดหัวเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งพิงแข่งชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมาพันธ์

จุดนี้…รานิเอรี จะต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข เนื่องจากว่าช่วงกลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัดหมาย นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้อ่อนแรงเล่นอีกหนึ่งเกม ด้วยเหตุนี้แต้มจะต้องมา จะต้องได้ ชัยชนะจะต้องบังเกิด จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุไนเต้ดเลยมั้ย

ผมมองว่า…ถ้าเกิดพวกเขาชนะปีศาจแดงได้ ความเชื่อมั่น เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็อยากกระตุ้นลูกทีมให้ฝ่าสู้กับแมนฯยูฯ แล้วก็เน้นชัยชนะหรืออย่างเลวทรามเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างอาจถูกน้อยลง แต่ชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จะต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดกลุ่มของเขาเช่นไรดี

ปีนีจะต้องสารภาพว่านอกเหนือจากปัญหาด้านกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นกลับเล่นในลีกได้แย่ลง ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ม่าห์เรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ม่าห์เรส ถูกจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่มหัศจรรย์เสมือนปีที่ผ่านมา

เกมรุกเลยขาดความน่ากลัวลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่ได้โอกาสรับบอลสวยๆแล้วก็หลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมากมาย เน้นเชิง ตั้งรับรอคอยสวนเหมือนกันเลยแปลงเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันคือปัญหาที่มารวมตัวกันกระทั่งทำให้ รานิเอรี ปวดหัว แต่อย่างไรก็ดีมั่นใจว่า รานิเอรี น่าจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ เป็นเอานักเตะชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องพูดหลับตาคิดภาพออกสำหรับ 5 ปราการหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กึ่งกลางรับ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกันกับ เอนดิดี แล้วก็ อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ม่าห์เรส แล้วก็ เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 พิจารณาให้ดี โอกาซากิ ปีนี้ตกเป็นผู้เล่นสำรองบ่อยมาก

รานิเอรี ไม่น่าจะเน้นเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่นอน การตั้งรับจะแบบไหนอีกหนึ่งเรื่องขอรับ

รับลึกหน้าเขตโทษหรือเต็มพื้นที่ในแดนตนเอง คุมโซน รอคอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปลดปล่อยให้ กลุ่มมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าหา แทกติกของ รานิเอรี น่าจะออกมาแบบนี้ เนื่องจากว่าอย่าลืมว่านัดปัจจุบันโดนสอยสกปรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

มั่นใจว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่อยากให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้อย่างงั้นอีก

เช่นกันขอรับปีนี้พบแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แล้วก็พรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัดหมาย แต่โน่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ ด้วยเหตุนี้ต่อหน้าแฟนตนเองเกมนี้ จะปลดปล่อยให้เป็นนัดหมายลำดับที่สามต่อเนื่องกันต่อผีแดงไม่ได้โดยเด็ดขาด

มันควรจะมีอะไรพิเศษแงะมาสู้…โน่นเป็นเกมรับแล้วรอคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนบ่นยับหลังเสมอฮัลล์ ซิตี้ 0-0 ทำให้่ชั้นไม่ขยับ ทั้งๆที่กรุ๊ปบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งขันทีหลังกลับไม่อาจจะฉกฉวยโอกาสนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ต่อไป

เกมนี้ มูรินโญ น่าจะมีการปรับเปลี่ยนเพศผู้เล่นอีกครั้งหลังจากนัดหมายก่อนที่จะว่าไปก็พลาดเหมือนกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงในสนาม แม้แต่ชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวสารก็ไม่ได้กล่าวว่าเจ็บอะไร แต่เพราะอะไรไม่ได้ลงเล่นทั้งๆที่ ฟู ยังพอเพียงมีประโยชน์ต่อเกมที่มันตื้อๆแล้วทำอะไรคู่แข่งขันไม่ได้

นัดหมายนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งเป็น มาร์กซิยาล ส่วนนักเตะที่แฟนผีอยากมองเห็นลงในสนามมากที่สุด แต่ มูรินโญ อาจไม่ใช้เป็น บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตนร์

ไม่รู้ว่าโกรธแค้นอะไรหนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งๆที่นักเตะระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุเป้าหมายมากกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วยซ้ำ อายุก็น้อยกว่า จะกล่าวว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ขอรับ แต่ มูรินโย กลับละเลย

ให้เล่นเนื่องจากว่าขณะนี้กองกลางไม่มีใครเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากกลุ่ม

ชไวนี ยังมีประโยชน์กับเกมระดับนี้ แล้วก็เขาเองมืออาชีพ ซุ่มฝึกซ้อมกับกลุ่ม ไม่คิดย้ายกลุ่มไปไหน อยากพิสูจน์ตนเองว่ามีประโยชน์กับกลุ่ม แต่ มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียไม่ได้ จะต้องมองว่านัดนี้จะใช้หรือเปล่า (อาจไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวอาจออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กึ่งกลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกันกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กซิยาล แล้วก็ อิบราฮิโมวิช มั่นใจว่านัดหมายนี้ มาร์กซิยาล น่าจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริง ถ้าเกิดไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ อาจจะต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแต่ไม่น่าบุก เน้นเกมตอบโต้กลับเพือหวังผลโจมตีแว้งกัดแมนฯยูฯ ด้วยเหตุนี้เขาถูกบีบให้จะต้องบุก ก็อาจบุกแบบไม่พรวดพราด แล้วก็หวังโจมตีขอบเส้น และก็ใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีประโยชน์มากที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่คิด ฮูธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกในอากาศดี แต่หามสองข้างของเลสเตอร์ ก็ไม่ได้เล่นลูกในอากาศได้ดีเท่า มั่นใจว่าการโจมตีของ มูรินโญ ถ้าเกิดเน้นภาคพื้นอากาศ เขาน่าจะเลือกเสาสองแล้วก็เสาแรกเป็นหลัก มากกว่าบอมเข้าไปแถวจุดโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากด้านข้าง พูดอีกนัยหนึ่งมันจะต้องให้่ผ่านหัว ฮูธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือมิเช่นนั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่ครับ ถ้าเกิดแย่งโหม่งกัน

ที่เน้นตามมาเป็นบอลจังหวะสอง กรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จะต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ น่าจะออกมาแบบนี้

บอลด้านข้าง ครอสเข้ามาจะใช้มากมายแล้วก็เน้นเซตพีส เนื่องจากว่าดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จะต้องลุ้นหัวข้อการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากมายน้อยขนาดไหน เนื่องจากว่าปัญหาตอนนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกจากไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จะต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างจังหวะทอง

เคสซิเย่ เผยผีคือทีมในฝัน แต่ไปสิงห์บลูก็ได้เช่นกัน

ฟรองค์ เคสซิเย่ กองกลางฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ ผี แต่ถ้าเป็น เชลซี ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงแข่งไปแล้ว 20 นัดทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

กองกลางวัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

อันเช่ รอดพ้นแจกนิ้วแฟนบอลหลังบริจาคเงิน

บุนเดสเทรนเนอร์ทีมบาเยิร์น มิวนิครอดถูกแบนหลังชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามในเกมลีกล่าสุด นัดเยือนเสมอ 1-1 แฮร์ธา เบอร์ลิน

 

อันเช่ บุนเดสเทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับตนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งนี้สาวกคนดังกล่าวถ่มน้ำลายใส่ระหว่างเดินเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกม เนื่องจากแฟนบอลแฮร์ธาไม่พอใจผู้ตัดสินที่ทดเวลาบาดเจ็บถึง 6 นาที ทำให้เสือใต้ได้ประตูตีเสมอ

บุนเดสเทรนเนอร์ของบาเยิร์น มิวนิค ถูกสหพันธ์ลูกหนังเยอรมันเรียกตัวให้มาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหลังการสอบสวนเขาได้บริจาคเงินจำนวน 5,000 ยูโร ให้กับองค์กรการกุศลของเดเอฟเบ

เส้นทาง เลสเตอร์ ซิตี้ สู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

W88

ก่อนเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเซบีญา ทาง W88 ขอย้อนชมผลงานของจิ้งจอกสยามในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จนถึงเวลานี้

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เดินทางมาถึงจุดที่ตัดสินชะตาชี้เป็นชี้ตาย นั่นคือรอบน็อคเอาท์ ไม่มีอีกแล้วที่ว่างสำหรับความผิดพลาด ก่อนเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะเริ่มต้น เราขอพาย้อนไปติดตามผลงานในรอบแบ่งกลุ่มของ เลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมวิเคราะห์ว่าพวกเขาจะไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายหรือไม่

ผลงานถึงวันนี้

สิ่งที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้นใกล้เคียงกับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเหนือความคาดหมายเมื่อฤดูกาลที่แล้วมากที่สุด คือโอกาสในการลุยยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก เลสเตอร์ ประเดิม 4 เกมแรกในรายการนี้ได้อย่างสวยหรู เมื่อเอาชนะคลับ บรูจจ์ 3-0 ตั้งแต่นัดแรก ก่อนจะคว้าชัยชนะอีก 3 นัดรวด เมื่อรวมผลเสมอโคเปนเฮเกน ก็ทำให้ลูกทีมของเคลาดิโอ รานิเอรี ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มขณะที่ยังมีเกมเหลือในมืออีกหนึ่งนัด

ช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด

แฟนบอลเลสเตอร์น่าจะยังคงตื่นเต้นไปกับการแข่งขันบนเวทีลูกหนังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เพียงแค่ได้ไปอยู่ในแชมเปี้ยนส์ลีก ได้ฟังเพลงประจำการแข่งขันดังขึ้นในสนามคิง เพาเวอร์ ก็น่าจะตื่นเต้นมากเกินพออยู่แล้ว แต่การชนะสามนัดแรก และเป็นแชมป์กลุ่มเป็นอะไรที่เกินกว่าความคาดหมายของพวกเขาจริงๆ

อุปสรรคสำคัญ

ความท้าทายสำคัญของเลสเตอร์เริ่มตั้งแต่ว่าพวกเขาไม่เคยได้ลงเล่นในรายการนี้มาก่อน พวกเขาไม่เคยอยู่ท่ามกลางความสนใจของผู้คนมากขนาดนี้มาก่อน ถึงแม้ผลงานในลีกจะไม่ค่อยดีนักในเวลานี้ แต่พวกเขาก็ทำได้ดีบนเวทียุโรป และเก็บได้ถึง 13 คะแนนจาก 15 คะแนนแรกของรอบแบ่งกลุ่ม และทะยานสู่รอบน็อคเอาท์ได้อย่างสวยหรู

ดาวเด่น

เคสเปอร์ ชไมเคิล คือคนสำคัญในการสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกของเลสเตอร์ และทำผลงานได้อย่างสุดยอดในรอบแบ่งกลุ่ม เก็บคลีนชีทได้ 4 นัดจาก 5 นัด และเขาคงต้องทำผลงานระดับสุดยอดออกมาให้ได้อีกครั้ง หากหวังจะผ่านเซบีญาไปได้

โอกาสเข้ารอบต่อไป

เลสเตอร์ เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่ฟอร์มในลีกไม่ค่อยดีนักเหมือนในฤดูกาลก่อน พวกเขาต้องเจองานยากเมื่อ เซบีญา คู่แข่งของพวกเขากำลังทำผลงานได้ดี และกลายเป็นทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป ภายใต้การคุมทีมของโค้ชใหม่อย่าง ฆอร์เก้ ซามเปาลี และพวกเขาต้องกลับมาจากความพ่ายแพ้ 5-0 ต่อปอร์โต้ในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ หากอยากมีความหวังเข้าสู่รอบต่อไป

รูนีย์ ปัดไปจีนขออยู่ช่วยผีก่อน

เวย์น รูนีย์ กองหน้ากัปตันทีมของ ปีศาจแดง ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าตัวเขากําลังจะย้ายไปลงเล่นที่แดนมังกร ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

กองหน้า วัย 31 ปีตกเป็นข่าวลืออย่างหนักว่ากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนแถมตัวเขายังไม่ได้รับการการันตีเป็นจริงที่ ปีศาจแดง อีกด้วย

 

แม้เอเยนต์ส่วนตัวของ เวย์น รูนีย์ จะเดินทางไปเจรจาถึงประเทศจีน แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเจ้าตัวออกมาปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

''ผมจะอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ผมดีใจมากที่ได้รับความสนใจจากสโมสรต่างๆ''